4 วันในปารีส

เที่ยวปารีสด้วย Go City Pass

สำหรับใครที่กำลังวางแผนการเดินทางเที่ยวปารีสและยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรดีที่ปารีส หมดกังวลได้เลย เพราะว่าวันนี้เราจะมานำเสนอแผนการเที่ยว 4 วันในปารีส โดยการใช้ซิตี้พาสอย่าง Go City Pass ด้วยพาสตัวนี้ คุณจะสามารถเที่ยวได้แบบสบายใจ ราคาประหยัด และสนุกไปกับปารีสได้แบบเต็มที่

 

เที่ยวปารีสได้สนุกด้วย Paris Go City Pass

Paris Go City Pass เป็นซิตี้พาสที่ทำให้การเที่ยวเล่นในปารีสนั้นสนุกมากยิ่งขึ้น สามารถเข้าเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหารและร่วมกิจกรรมต่างๆได้แบบสะดวกสบาย ราคาประหยัดมากยิ่งขึ้น กิจกรรมอย่างการเข้าเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ นั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำแซฯน์ทั่วปารีส เที่ยวชิมไวน์หรือชิมขีส จิบค็อกเทลที่คาเฟ่ชื่อดังอย่าง Café de la Paix นั่งบนรถบัสชมเมือง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Orsay เดินเที่ยวย่านสวยๆอย่างมงมาร์ต (Montmartre) ขึ้นไปชมวิวจากหอไอเฟลและประตูชัย Arc de Triomphe ทั้งหมดนี้สามารถทำได้เพียงแค่เลือกใช้ซิตี้พาสและเก็บบันทึกคิวอาร์โค้ดเอาไว้เพื่อใช้ในการสแกนเข้าสถานที่ต่างๆ 

ซิตี้พาสเที่ยวปารีส

ตัวพาสที่ชือว่า All-Inclusive Pass มีให้เลือกแบบ 2 วัน, 3 วัน, 4 วัน, หรือ 6 วันเป็นพาสที่เราแนะนำ ตัวอย่างพาสแบบ 4 วันราคา 204 ยูโร แต่ถ้าซื้อพร้อมใส่โค้ด GO5OBONPARIS ของ O' Bon Paris ก็จะได้รับส่วนลด 5% เพิ่ม ซึ่งนั้นก็หมายความว่าราคาจะเหลืออยู่ที่ 193.8 ยูโร ส่วนลดนี้สามารถใช้ได้กับการซื้อพาสในเมืองอื่นๆอีก 30 เมืองด้วย Go City Pass เป็นพาสที่ช่วยให้การเที่ยวไปยังสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอยู่ในราคาที่จ่ายไหว ไม่แพงเกินไป  หากสนใจหล่ะก็ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของ Go City 

สำหรับวันนี้ เรามีแผนการท่องเที่ยวแบบ 4 วันมานำเสนอ ซึ่งมีทั้งกิจกรรมเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ รวมไปถึงการชอปปิ้งต่างๆ

 

วันที่ 1

แผนเที่ยวปารีส

ถ้ามาถึงปารีสแล้ว ไม่เข้าไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ก็เหมือนมาไม่ถึง เราเสนอว่าให้เข้าไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ตั้งแต่วันแรก พิพิธภัณฑ์นี้มีขนาดใหญ่มาก ถ้าจะเดินให้ทั่วทุกส่วน เวลาเพียงวันเดียวนั้นไม่พออย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก่อนการเดินทางให้เปิดดูข้อมูลมาล่วงหน้าว่าต้องการชมผลานศิลปะหรือภาพวาดไหนเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เสียเวลา หลังจากเที่ยวในพิพิธภัณฑ์ ก็สามารถใช้เวลาที่เหลือในการชื่นชมบรรยากาศของเมือง หรือเข้าไปที่ส่วนชั้นล่างสุดของพิพิธภัณฑ์เพื่อเข้าไปชิมไวน์กับประสบการณ์ไวน์เทสติ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในตัว Go City Pass 

อีกกิจกรรมที่สามารถรวมเข้าไปในวันที่ 1 ได้ก็คืออะควอเรียมหรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในปารีส เป็นสถานที่ซึ่งสามารถสนุกได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ว่านี้ ตั้งอยู่ใกล้กับหอไอเฟล 

หอไอเฟล ปารีส

บรรยากาศของกรุงปารีสที่มองลงมาจากหอไอเฟล เป็นบรรยากาศที่สวยงาม มองแล้วประทับใจ เพียงแค่ซื้อ Go City Pass ก็สามารถขึ้นไปบนหอไอเฟลได้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ชิมไวน์ในปารีส

ประสบการณ์การเที่ยวชิมชีส หรือ cheese-tasting เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนุกและได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินแบบฝรั่งเศสไปในขณะเดียวกัน ประเทศฝรั่งเศสผลิตชีสหลากหลายชนิดและชีสก็ถือเป็นอาหารที่ชาวฝรั่งเศสนิยมรับประทาน  "Ô Chateau" เป็นบาร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางปารีส และมีบริการ cheese-tasting ให้ได้ลิ้มลอง มีการอธิบายชีสประเภทต่างๆที่เข้าใจง่ายและได้ความรู้ด้วย 

ถ้าหากเราเที่ยวปารีสตามแพลนคร่าวๆด้านบนนี้จะมีราคาอยู่ที่ราวๆ 136 ยูโร (พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์: 17 ยูโร  / ไวน์เทสติ้งที่ชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์: 35 ยูโร/ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำปารีส: 26 ยูโร/ หอไอเฟล: 38 ยูโร/ Ô Chateau cheese tasting: 20 ยูโร) แต่ถ้าเราเลือกใช้ Go City Pass พร้อมส่วนลดจาก O' Bon Paris ก็ถือว่าประหยัดลงมาได้เยอะ 

 

 

วันที่ 2

เที่ยวปารีสแบบประหยัด

วันที่สอง เราก็พากันไปที่ย่านมงมาร์ต เริ่มต้นด้วยนั่งจิบกาแฟที่ร้าน La Mère Catherine พร้อมขนมหวานอย่างมาการ็อง ถนนในย่านมงมาร์ตนั้นเต็มไปด้วยร้านวินเทจ ร้านขายสินค้าทำมือ ร้านอาหารและศิลปินที่มานั่งวาดรูปอยู่ตลอดวัน เพราะฉะนั้นเราจึงเลือกเดินชมซาเคร่เกอร์และบรรยากาศรอบมงมาร์ตไปพร้อมกับทัวร์ไกด์ หากใครที่ไม่อยากเดินเยอะก็สามารถเลือกโดยสารรถไฟขนาดเล็กชมบริเวณมงมาร์ตก็ได้

เที่ยวฝรั่งเศสแบบประหยัด

หลังจากชื่นชมความสวยงามของมงมาร์ต เราก็เลือกใช้เวลาผ่อนคลายไปกับการชิมแชมเปญ ซึ่งแชมเปญนี้มาที่มาจากแคว้นฌ็องปาญของฝรั่งเศส 

ล่องเรือปารีส

เมื่ออิ่มเอมกับการชิมแชมเปญ ก็พากันไปล่องเรือบนแม่น้ำแซนน์

กิจกรรมต่างๆที่กล่าวมาสำหรับวันที่สองนั้น ราคารวมอยู่ที่ราวๆ 130  ยูโร  (เครื่องดื่มที่คาเฟ่: 18 ยูโร / เที่ยวพร้อมทัวร์ไกด์ที่มงมาร์ตและซาเคร่เกอร์ 36 ยูโร/ Montmartre Petit Train หรือ รถไฟชมมงมาร์ต: 10 ยูโร/ ชิมแชมเปญ: 18 ยูโร / Seine River Croque-Monsieur Champagne Cocktail: 30 ยูโร / Bateaux Parisiens - ล่องเรือแม่น้ำแซนน์ : 18 ยูโร) และแน่นอนว่าการซื้อ Go City Pass จะทำให้ประหยัดลงได้อย่างแน่นอน

 

วันที่ 3

เที่ยวปารีสแบบประหยัด

วันที่สามนี้ ลองเริ่มวันด้วยมื้อเช้าแบบฝรั่งเศสที่ร้าน Cafe Louise เครื่องดื่มร้อนๆและครัวซองต์ร้อนๆน่าจะเหมาะทีเดียวสำหรับการเริ่มต้นวัน  Cafe Louise ตั้งอยู่ในย่านที่เรียกว่าการ์ติเย่ลาแต็ง (Latin Quarter) ดังนั้นวันที่ 3 นี้ก็คงเป็นการเที่ยวชมย่านการ์ติเย่ลาแต็ง ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ที่เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในปารีส เราวสามารถเข้าร่วมกับกรุ๊ปทัวร์เพื่อสำรวจย่านการ์ติเย่ละแต็งพร้อมคำอธิบาย หนึ่งในพิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑ์ที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ในบริเวณใกล้เคียง คือ พิพิธภัณฑ์ Orsay ซึ่งรวบรวมงานศิลปะตั้งแต่ยุคกลางศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟ จึงไม่แปลกที่เราจะพบกับโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับสถานีรถไฟและนาฬิกาขนาดใหญ่ 

Musee d'orsay ปารีส

งานศิลปะภายในจะทำให้คุณต้องตะลึงจนลืมเวลาไปเลย

 

เที่ยวคาเฟ่ในปารีส

ที่ประเทศฝรั่งเศสมีการเรียกช่วงเวลาอาหารท่านเล่นก่อนมื้อเย็นว่า "apéritif" (อะแปคริติ๊ฟ) โดยน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะเดินย้อนกลับไปที่ Café Louise เพื่อรับประทานอะไรพลางๆก่อนมื้อค่ำ ที่ย่านการ์ติเย่ลาแต็งนี้เป็นย่านที่มีชื่อเสียงว่าเป็นศูนย์รวมของกวี นักเขียนต่างๆ เพราะฉะนั้นการเดินเล่นในย่านนี้ก็จะสัมผัสได้ถึงความสุนทรีย์ต่างๆรอบๆ

กิจกรรมต่างๆในวันที่ 3 ราคารวมๆจะอยู่ที่ 79 ยูโรหากไม่มี Go City Pass (มื้อเช้าที่ Café Louise: 18 ยูโร, เที่ยวพร้อมทัวร์ไกด์: 36 ยูโร, พิพิธภัณฑ์ Orsay : 16 ยูโร, Notre-Dame Crypts Experience: 36 ยูโร, Fมื้ออาหารว่างที่ Café de la Nouvelle Mairie: 18 ยูโร) 

 
วันที่ 4

musee de l'orangerie ปารีส

ส่วนในวันที่ 4 ของการเที่ยวปารีสนั้นก็เริ่มกันที่พิพิธภัณฑ์ Musée de l'Orangerie ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผลงานอิมเพรสชั่นนิสท์ มีภาพวาดบ่อบัว (Water Lilies) ของ Claude Monet เป็นผลงานชิ้นหลัก เมื่อเข้าไปที่บริเวณภาพวาดบ่อบัวขนาดใหญ่ของโมเนต์ก็เหมือนกับได้หลุดเข้าไปในโลกของความเงียบสงบ หลังจากเที่ยวพิพิธภัณฑ์นี้เสร็จ ก็สามารถเดินต่อไปที่ Pompidou Center ที่ย่านมาเคร่(Le Marais) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีงานศิลปะร่วมสมัยจัดแสดง ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกตา โดยการเปิดเปลือยให้เห็นท่อต่างๆ เรียกว่าทำให้ตัวอาคารนั้นโดดเด่นมากทีเดียว

เรายังสามารถใช้บริการของไกด์เพื่อค้นพบความสวยงามของย่านมาเคร่ ที่มีร้านค้าแฟชั่นอยู่มากมาย 

เที่ยวประตูชัย ปารีส

อย่าลืมประตูชัย Arc de Triomphe สำหรับช่วงเย็น  Arc de Triomphe ในยามคำคืนเป็นบริเวณที่สวยงามมากทีเดียว จากบริเวณนี้เราสามารถมองทะลุไปเห็นหอไอเฟลได้ นอกจากความสวยงามของไฟที่ประดับบริเวณนี้ เรายังจะได้ตื่นเต้นไปกับการจราจรบริเวณ Arc de Triomphe ด้วย ซึ่งอาจจะดูงงๆแต่ก็น่าตื่นตาตื่นใจ หากอยากลองรับประทานเครปแบบฝรั่งเศส เราก็ขอเเนะนำร้าน Bistrot Marbeuf ที่อยู่ระว่างทางไปประตูชัย

ในวันที่ 4 นี้ ค่าใช้จ่ายๆต่างๆแบบไม่มี Go City Pass จะอยู่ที่ราวๆ 93.5 ยูโร (พิพิธภัณฑ์ Orangerie: 12.5 ยูโร/ Pompidou Centre : 14 ยูโร / ทัวร์ไกด์ที่ Le Marais: 36 ยูโร / เครปแบบฝรั่งเศสที่  Bistrot Marbeuf: 18 ยูโร / ประตูชัย Arc de Triomphe: 13 ยูโร)

เราขอย้ำอีกครั้งว่า Go City Pass จะทำให้การเที่ยวปารีสและเมืองต่างๆที่ร่วมรายการนั้นสนุกสนาน และประหยัดมากยิ่งขึ้น เต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจและแปลกใหม่ อย่าลืมนึกถึง Go City Pass เมื่อวางแผนเที่ยวครั้งต่อไป และแน่นอนว่า O'bon Paris มีส่วนลดเพิ่มเติมให้อีก สามารถเข้าไปดูส่วนลดพิเศษได้ที่นี่ 

 


 เรื่องและภาพ : O'bon Paris team