ARCACHON BAY

อ่าวติดมหาสมุทรแอตแลนติคและภูเขาทรายที่สูงที่สุดในยุโรป

Lefe-Cap-Ferret เมืองตากอากาศติดมหาสมุทร

เมือง Lège-Cap-Ferret เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส อยู่ห่างจากเมืองบอร์โด (Bordeaux) ไปประมาณ 45 กิโลเมตร มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากแหลมที่ยื่นออกไปตรงคาบสมุทร อยู่ระหว่างอ่าว Arcachon (Arcachon Bay) และมหาสมุทรแอทแลนติคที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก 

 

บริเวณนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดังและเป็นที่นิยมของชาวเมืองบอร์โด (Bordelaise) และยังเป็นที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศอีกมากมายที่มีเหล่าเจ้าของธุรกิจผู้ร่ำรวยในประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าของอีกด้วย

 

ความหลากหลายทางธรรมชาติที่อ่าว Arcachon นั้นสร้างความสนุกสนานให้กับผู้คนที่แวะเวียนมาเที่ยวที่นี่ได้เป็นอย่างดี ทั้งท่าเรือหอยนางรม หาดทราย ป่าสน และภูเขาเนินทรายที่สูงที่สุดในยุโรป

 

เดินทางด้วยรถยนต์จากเมืองบอร์โดเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นก็จะเจอกับหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสวยงามจากธรรมชาติและคลื่นที่ซัดมาจากมหาสมุทรแอตแลนติค

 

ที่นี่นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในการเดินทางมาพักผ่อนริมหาดทรายในช่วงซัมเมอร์นี้

 

BASSIN D'ARCACHON (ARCACHON BAY)

รีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศที่อ่าว Arcachon นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของความหรูหรา เหมาะสำหรับการเดินทางมาพักผ่อนที่แท้จริง อีกทั้งยังมีมรดกที่ธรรมชาติมอบให้อย่าง inland sea ที่เปิดออกไปยังมหาสมุทร ที่อ่าวถูกล้อมรอบด้วยแหลม Lège-Cap-Ferret และภูเขาทราย Pilat (Dune du Pilat) ภูเขาทรายที่สูงที่สุดในยุโรป สภาพอากาศที่อ่าวนี้ถือว่าคงที่และไม่ค่อยแปรปรวน ยิ่งในช่วงซัมเมอร์แบบนี้ยิ่งได้รับแสงแดดแบบเต็มๆ อีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็คือหาดทรายที่กว้างใหญ่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและ "หมู่บ้านหอยนางรม" ชื่อดังที่เป็นแหล่งผลิตหอยนางรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส

 

LA DUNE DU PILAT

Dune Du Pilat หรือภูเขาทราย Pilat นั้นเป็นภูเขาทรายที่มีความสูงที่สุดในทวีปยุโรปด้วยความสูง 105 เมตร เกิดจากทรายจากมหาสมุทรแอตแลนติคถูกพัดมารวมตัวกันจนเกิดขึ้นมาเป็นภูเขาแห่งนี้ ตัวภูเขาทรายนี้เป็นเสมือนเส้นแบ่งระหว่างทะเลและป่าสน ด้านหนึ่งของภูเขาทรายจะหันหน้าออกไปทางทะเลและอีกด้านหันหน้าออกไปทางป่า นักท่องเที่ยวนิยมปีนขึ้นไปบนยอดภูเขาทราย ซึ่งด้านบนนั้นจะเห็นวิวของอ่าว Arcachon และต้นไม้ที่เรียงตัวกันยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา

 

ตามชายหาดจะมีบ้านหลังเล็กๆแบบนี้ให้เห็นกันบ้างประปราย ดูเหมือนจะเป็นบ้านของชาวประมงที่เอาไว้มานอนพักหรือเก็บของชั่วคราว

 

หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ติดริมทะเล เป็นหมู่บ้านของคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ที่นี่ บรรยากาศริมทะเลแบบนี้ทำให้บ้านที่อาศัยอยู่ในชีวิตประจำวันกลายเป็นบ้านพักตากอากาศได้ง่ายๆเลย

 

นับว่าเป็นความโชคดีของคนท้องถิ่นที่นี่ที่มีบรรยากาศเมืองอันแสนสบาย ล้อมรอบไปด้วยทะเล ชายหาด ภูเขาทราย และป่าสน ได้ตื่นมาเจออะไรแบบนี้ทุกวันคงจะมีความสุขไม่น้อยเลย

 

หมู่บ้านหอยนางรม รับประทานกันสดๆที่ฟาร์มหอย

เนื่องจากหอยนางรมที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดัง ยังไงก็พลาดไม่ได้ที่จะมาลองชิมหอยนางรมอย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง บอกเลยว่าหาไม่ยาก ตามตลาดสดหรือร้านอาหารทั่วไปล้วนมีหอยนางรมรอเสิร์ฟให้ทุกคนได้รับประทานกัน และนี่คือเคล็ดลับในการรับประทานหอยนางรมที่ประเทศฝรั่งเศส

 

1. หอยนางรมของประเทศฝรั่งเศสนั้นแทบจะไม่มีกลิ่นคาวเลย เพราะฉะนั้นเวลาที่รับประทานเข้าไปจะได้สัมผัสถึงความสดที่แท้จริง อย่าลืมบีบเลม่อนลงไปสักหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ

2. ที่ประเทศฝรั่งเศสนั้นมักจะขายหอยนางรมครั้งละ 6 หรือ 12 ตัวเท่านั้น

 

3. ขนาดของหอยนางรมที่นี่นับจากไซส์ 0 ไปจนถึงไซส์ 6 ยิ่งเลขน้อยก็ยิ่งตัวใหญ่ (นับเหมือนขนาดของไข่ไก่อย่างไรอย่างนั้น) แต่ทว่าไซส์ใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าจะรสชาติดีกว่า โดยปกติแล้ว ไซส์ 2-3 จะนับว่าเป็นไซส์ที่รสชาติดีที่สุด

4. อย่ารับประทานหอยนางรมกับกระเทียม ซอสมะเขือเทส หรือซอสทาบาสโก้เป็นอันขาด (ลืมการรับประทานหอยนางรมที่ไทยไปก๊อนนน) เดี๋ยวคนฝรั่งเศสเค้าจะหาว่าเรารับประทานหอยนางรมไม่เป็น

 

นอกจากมานอนเล่นพักผ่อนริมหาด ชมวิวเมือง Lège-Cap-Ferret วิวอ่าว Arcachon ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้ได้เล่นกันอีกเพียบ

 

O'bon Paris' tip

ถ้าจะให้เปรียบเทียบว่าทะเลของประเทศไทยหรือของประเทศฝรั่งเศสสวยกว่ากันนั้นน่าจะยาก เพราะทั้ง 2 ประเทศนั้นสวย แต่เป็นความสวยคนละสไตล์กัน ถ้าหากใครต้องการมาสัมผัสและเปิดประสบการณ์เที่ยวทะเลแถบยุโรปก็ลองมาเที่ยวที่นี่กันได้ และอย่าลืมไปรับประทานหอยนางรมกันแบบสดๆจากฟาร์มด้วยล่ะ

 

 


แปล: Aphinya Kasemsukphaisan 

ข้อมูล

การเดินทาง

รถไฟ: นั่งรถไฟ TER จากสถานี Bordeaux-Saint-Jean (Gare de Bordeaux-Saint-Jean) ราคาประมาณ 11€

รถยนต์: สามารถเช่ารถจากผู้บริการรถเช่า เช่น Avis, Europcar, Hertz, Sixt และอื่นๆอีกมากมาย หรือจะลองบริการ carpooling จาก BlaBlaCar ราคาประมาณ 5€ เท่านั้น