ทุ่งลาเวนเดอร์ ณ โพรวองซ์

เดินเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์แบบคนท้องถิ่น

วาเทนเดอร์ในโพรว๊องซ์

ไปดูกันที่อีกหนึ่งแคว้นทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่น คือ “เอกซ์อองโพรวองซ์” (Aix-en-Provence) หลายคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าแคว้นนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสุดแสนจะสดใส ต้องบอกเลยว่าวันนี้เรามีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของคุณวินเซนต์ ซาโก ผู้บริหารของ O'bon Paris ซึ่งมีโอกาสเดินทางไปที่แคว้นนี่อยู่บ่อยครั้งในช่วงวัยเด็ก เนื่องมาจากคุณปู่ คุณย่าของคุณวินเซนต์นั้นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆของเมือง Luberon และ Verdon ในเมืองโพรวองซ์นั่นเอง

ถ้าพูดถึงเมื่อ 20 ปีก่อนก็คงต้องบอกว่าไม่ค่อยมีคนรู้จักความงามของทุ่งลาเวนเดอร์มากนัก แต่ต้องบอกเลยว่าจริงๆแล้วนั้นชาวโพรวองซ์มีความผูกพันกับวัฒนธรรมการปลูกลาเวนเดอร์มาอย่างยาวนาน หมู่บ้านต่างๆในแคว้นนี้ล้วนดำเนินชีวิตอย่างมีวัฒนธรรมเฉพาะตัวและได้รับอิทธิพลจากโลกภายนอกน้อยมากในอดีต

แต่เมื่อไม่นานมานี้เมืองโพรวองซ์ได้รับความสนใจจากนักเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นั่นก็มีสาเหตุมาจากความงดงามของทุ่งลาเวนเดอร์นั่นเอง แต่ที่น่าตลกคือ ถ้าไม่นับชาวโพรวองซ์เอง ชาวฝรั่งเศสบางกลุ่มก็ยังไม่มีความรู้เเละความสนใจในทุ่งลาเวนเดอร์มากนัก ดังนั้นเราจึงถือโอกาสมาแบ่งปันไกด์ไลน์และเคล็ดลับที่น่ารู้จากคุณวินเซนต์ สำหรับการเดินเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ให้ทุกคนได้ติดตามกัน

 

 ทุ่งลาเวนเดอร์

ทุ่งลาเวนเดอร์สวยๆในประเทศฝรั่งเศส

ดอกลาเวนเดอร์สามารถปลูกขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คุณจะเคยพบดอกสีม่วงนี้ในสวนสาธาณะที่ปารีส แต่ถ้าต้องการพบกับทุ่งกว้างละลานตาไปด้วยสีม่วงของลาเวนเดอร์ ก็ต้องไม่พลาดทุ่งลาเวนเดอร์ที่เมืองโพรวองซ์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ทุ่งลาเวนเดอร์ที่โด่งดังมากๆ ได้แก่ Luberon, Valensole Plateau และ Sault Plateau

Luberon นั้นเป็นที่ราบที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านน่ารักๆ อย่าง Gordes, Lourmarin, Bonnieux, และ Banon แต่ถ้าเทียบกับ Valensole และ Sault ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ Luberon  จะมีขนาดเล็กกว่าเเละความหนาเเน่นของดอกก็จะดูบางตากว่า ในส่วนของฤดูกาลที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวในทุ่งลาเวนเดอร์ คือ ช่วงราวๆกลางเดือนกรกฎาคมนั่นเอง

 

ลาเวนเดอร์ที่โบสถ์ SENANQUE

จุดถ่ายรูปสวยๆที่ทุ่งลาเวนเดอร์ใน Luberon ที่ห้ามพลาด คือ ที่ Abbaye de Sénanque ซึ่งเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์ ชื่อว่า Sénanque โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 12 และยังคงเป็นที่อาศัยของนักบวชมาจนถึงปัจจุบัน นักบวชเหล่านี้ก็คือผู้ที่คอยดูแลทุ่งลาเวนเดอร์ให้มีสีม่วงสดใส ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา

 

ลาเวนเดอร์ในเมือง VALENSOLE

Valensole Plateau เป็นสถานที่สุดเพอร์เฟค ที่นำเสนอวิวของทุกลาเวนเดอร์สีม่วงกว้างใหญ่แบบไม่มีที่สิ้นสุด ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวโดยทั่วไปแล้วอยู่ในช่วงวันที่ 20 กรกฎาคมของทุกปี

ดังนั้นถ้าเดินทางไปที่โพรวองซ์ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หรือต้นเดือนสิงหาคม ทางเดียวที่จะได้เห็นทุ่งลาเวนเดอร์ คือ เดินทางไปที่ภูเขา Vaucluse เพื่อมองลงมาจากพื้นที่ใกล้ๆหมู่บ้าน Sault และ Aurel ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขา วิวที่ได้ต้องบอกเลยว่าสวยงามสุดๆ

 

ทุ่งลาเวนเดอร์ใน Valensole

ถ้าอยากเที่ยวโพรวองซ์ให้ประทับใจ เราขอแนะนำให้ค้างคืนในหมู่บ้านภายใน Luberon และ Valensole Plateau ซึ่งมีโฮมสเตย์เเละโรงเเรมเล็กๆให้เลือกมากมาย เเต่ถ้ามีเวลาเพียงหนึ่งวัน เราขอเเนะนำให้เดินทางไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ในเมือง อาวินญง (Avignon) และ เเอ๊กซ์อองโพรวองซ์ (Aix-en-Provence) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และง่ายต่อการเดินทาง สองเมืองใหญ่นี้สามารถเดินทางได้โดยรถไฟความเร็วสูงจากปารีส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงจากสถานีรถไฟการ์เดอลียง หรือ Gare de Lyon และมีราคาอยู่ที่ราวๆ 100 ยูโร)

การเดินทางเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเยี่ยมชมทุ่งลาเวนเดอร์ ทุ่งลาเวนเดอร์แต่ละที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างไกลกันเเละห่างจากแหล่งชุมชน ซึ่งถ้าพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะ ก็ต้องบอกว่าไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่นัก จะมีก็เพียงเเค่รถบัสจากเมือง 'อาวินญง' (Avignon) และ 'เเอ๊กซ์อองโพรวองซ์' (Aix-en-Provence) ดังนั้นการเดินทางที่สะดวกเเละเหมาะที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวในแคว้นนี้ คือ การเช่ารถหรือการซื้อทัวร์จากอาวินญงหรือแอกซ์อองโพรวองซ์

 

เยี่ยมชมทุ่งลาเวนเดอร์

ฤดูกาลสะพรั่งของทุ่งลาเวนเดอร์

ฤดูกาลที่ทุ่งลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่ง คือ ช่วงกลางเดือนมิถุนายนไปถึงกลางเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตามวันที่ที่เเน่นอนจะเเตกต่างกันไปตามเเต่ละเมืองเเละพื้นที่ ดอกของลาเวนเดอร์ที่ปลูกในพื้นที่ต่ำจะเริ่มบานก่อนเเละค่อยๆไล่ไปจนถึงพื้นที่สูง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทางไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ในแต่ละพื้นที่ควรจะเป็นประมาณนี้ นั่นคือ Luberon เหมาะสำหรับกลางเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม Valensole Plateau เหมาะสำหรับเดือนกรกฎาคม Sault Plateau เหมาะสำหรับกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม

ลิสต์ของช่วงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ แต่โดยทั่วไปแล้วก็จะเป็นในช่วงฤดูร้อนของประเทศฝรั่งเศส

 

 ผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์

ความแตกต่างของลาเวนเดอร์แต่ละชนิด (lavande และ lavandin)

อย่างกล่าวไปในข้างต้นว่าลาเวนเดอร์นั้นมีอยู่หลายชนิดและแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติต่างกัน ถ้าพูดถึงลาเวนเดอร์เมืองโพรวองซ์ หลักๆก็จะมีอยู่สองชนิดนั่นคือ  lavande vrai หรือ ลาเวนเดอร์แท้ๆ ซึ่งในบางครั้งก็ถูกเรียกว่า lavandula angustifolia และ อีกหนึ่งชนิด คือ lavandin หรือ lavandula intermedia ซึ่งเป็นพันธุ์ผสม

ลาเวนเดอร์แท้เจริญเติบโตเเละขยายพันธุ์บนเนินเขาที่มีความสูง 700 เมตร ซึ่งเป็นเนินเขาที่สูงที่สุดในเมืองโพรวองซ์ ลาเวนเดอร์แท้นี้จะถูกนำมาใช้ในการสกัดน้ำมันเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาบน้ำเเละน้ำหอม ส่วนลาเวนเดอร์พันธุ์ผสมนั้นจะปลูกบนเนินเขาที่สูงไม่เกิน 600 เมตรในเมืองโพรวองซ์ น้ำมันจากลาเวนเดอร์แท้ๆจะให้กลิ่นและสรรพคุณที่อ่อนโยน แต่น้ำมันจากดอกลาเวนเดอร์พันธุ์ผสมนั้นมีกลิ่นที่รุนเเรงอาจจะมากจนเกินไป ลาเวนเดอร์เเท้จึงมีคุณสมบัติดีกว่าในการช่วยบรรเทาเเละผ่อนคลาย โดยเฉพาะการฆ่าเชื้อโรค ต้านความเจ็บปวด และสมารถช่วยลดอาการปวดศรีษะ บรรเทาความกังวล ช่วยให้นอนหลับสบายเเละลดอาการเจ็บจากการแพ้หรือแมลงสัตว์กัดต่อย

 LAVANDULA ANGUSTIFOLIA (ลาเวนเดอร์พันธุ์ผสม)

ลาเวนเดอร์แท้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 25 ยูโร สำหรับ 50 มิลลิลิตร ในขณะที่ลาเวนเดอร์พันธุ์ผสมนั้นมีราคาอยู่ที่ 10 ยูโรสำหรับ 50 มิลลิลิตร ใครที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์อาจจะต้องระวังสักนิด เพราะบางครั้ง ถึงเเม้ว่าที่บรรจุภัณฑ์จะเขียนว่า Lavande แต่อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากลาเวนเดอร์พันธุ์ผสม ไม่ใช่ลาเวนเดอร์แท้

 

 เทศกาลลาเวนเดอร์

 เทศกาลลาเวนเดอร์ในเมืองโพรวองซ์

ตลอดฤดูร้อน หลายหมู่บ้านในเเคว้นโพรวองซ์นี้จะจัดงานเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวทุ่งลาเวนเดอร์ ซึ่งในงานเฉลิมฉลองนั้นก็จะประกอบไปด้วยการเต้น คอนเสิร์ต เกมส์ งานแสดงสินค้าพื้นเมืองและตลาดต่างๆ การเข้าร่วมงานเทศกาลก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ซึมซับวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเมืองโพรวองซ์

 

เทศกาลลาเวนเดอร์ในเมือง VALENSOLE

ช่วงเวลาของเทศกาลลาเวนเดอร์นั้นจะอยู่ในเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม เทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ เทศกาลในเมือง Valensole (จัดขึ้นตั้งเเต่วันที่ 15 ไปจนถึง 20 กรกฎาคม), เทศกาล Digne les Bains (จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคม) และ Sault (จัดขึ้นประมาณวันที่ 15 สิงหาคม)

 

ลาเวนเดอร์ในเมืองLuberon

O'bon Paris' tip

ก่อนหน้าที่จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทุ่งลาเวนเดอร์มีความสำคัญต่อเกษตรกรพื้นเมืองอย่างมากเพราะถือเป็นรายได้หลัก ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้มาเยี่ยมชมทุ่งลาเวนเดอร์ ก็ไม่ควรทำลายความงดงามของธรรมชาติเหล่านี้ ควรสอบถามให้เเน่ใจว่าทุ่งลาเวนเดอร์เปิดให้เข้าไปถ่ายรูปหรือไม่ เเละที่สำคัญ ไม่ควรเด็ดดอกลาเวนเดอร์ ถ้าต้องการจะได้เป็นของที่ระลึก เราขอเเนะนำให้หาซื้อได้ที่ร้านค้าซึ่งมีตั้งอยู่รอบๆจำนวนมาก

ลาเวนเดอร์ถือเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของพื้นที่นี้ เราจึงอยากสนับสนุนให้ทุกคนอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ของเกษตรกรพื้นเมืองเพื่อซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึก  เราพบว่าในร้านค้าหลายๆร้านทางตอนใต้ มีการนำเข้าดอกลาเวนเดอร์จากประเทศบัลเเกเรียในราคาถูกซึ่งเป็นอีกหนึ่งคูแข่งสำคัญสำหรับลาเวนเดอร์ในโพรวองซ์ ดังนั้นนอกจากการซื้อผลผลิตจากเกษตรกรจะสามารถทำให้คุณมั่นใจเรื่องของคุณภาพเเล้วยังเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรชาวโพรวองซ์ด้วย

 


เรื่อง: Supawadee Pinkhao

ภาพ: Vincent Sacau และ Pierre Ieong

ข้อมูล

ฤดูลาเวนเดอร์ กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม

สถานที่ : Luberon, Plateau de Valensole, Plateau de Sault

การเดินทาง : Aix en Provence หรือ Avignon (เดินทางสามชั่วโมงด้วยรถไฟความเร็วสูงจากสถานีรถไฟ Gare de Lyon ในปารีส)