BREIZH CAFE

ร้านเครปต้นตำรับในตำนานที่แซงมาโล

 

เครปต้นตำรับจากแคว้นบริททานี

เมื่อไปเยือนที่เมืองในแคว้นบริททานี (Brittany) สิ่งหนึ่งที่ถ้าไม่ทำเรียกว่าไปไม่ถึงก็คือการรับประทานเครปสูตรต้นตำรับ "Britain specialty galette" และหนึ่งในร้านเครปที่ควรจะต้องลิ้มลองเลยก็คือที่ Breizh Cafe ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองแซงมาโล (Saint-Malo) ร้านเครปที่ดีที่สุดในเมืองนี้ โดย Breizh Cafe นั้นมีหลากหลายสาขาทั้งในกรุงปารีส ที่แคว้นบริททานี หรือแม้กระทั่งที่ประเทศญี่ปุ่น

 

 

ความจริงแล้วนั้น Breizh Cafe ไม่ได้เปิดที่แคว้นบริททานีเป็นที่แรก หากแต่ว่ามีการเปิดที่คากูราซากะ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกต่างหาก โดย Bertrand Larcher และภรรยาของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Shotengai จากประเทศญี่ปุ่น และทำการตั้งชื่อร้านที่ญี่ปุ่นว่า "Le Bretagne" ตามชื่อแคว้นบริททานีในภาษาฝรั่งเศส โดยในร้านนั้นมีการผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่นและความเป็นฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว ทั้งการตกแต่งร้านและเมนูอาหาร ทำให้ในร้านนั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเยอะแยะมากมาย

 

GALETTE

Galette ที่ดีที่สุดไม่ใช่อันที่รสชาติดีที่สุดหากแต่ว่าเป็นอันที่ถูกปรุงสุกพอดี มีเนื้อสัมผัสที่ทั้งนุ่มและกรอบในเวลาเดียวกัน วัตถุดิบที่ถูกผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างพอดี นำไปวางบนเตาที่กำลังร้อนในระยะเวลาที่แม่นยำ การใส่ใจและความพิถีพิถันในขั้นตอนต่างๆจะทำให้ Galette ชิ้นนั้นออกมาเป็นชิ้นที่ดีที่สุด

 

 

SEASONAL MENU

Breizh Cafe ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็วในบริเวณนั้น ร้านเครปแต่ละสาขามีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป มีการยกเอาวัตถุดิบท้องถิ่นต่างๆมาใช้เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเมนูตามฤดูกาลที่ไม่เหมือนใครออกมา โดยที่ Breizh Cafe แต่ละสาขาก็จะมีเมนูที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นเครปสไตล์มากิโรลจานนี้ที่เห็นในภาพ เป็นมากิโรลที่ใช้แป้ง Galette แทนสาหร่าย สอดไส้ด้วยมะเขือเทศสดและตกแต่งหน้าด้วยแฮม เป็นการคิดค้นสไตล์การรับประทานเครปสไตล์ใหม่

 

LA MAISON DU SARRASIN

เยื้องออกไปจาก Le Comptoir Breizh Cafe ไม่ไกลมาก ก็จะพบกับร้านขายสินค้าท้องถิ่นจากแคว้นบริททานี

 

ที่อยู่: 10, rue de l'Orme 35400 Saint-Malo

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00-18:00

 

 

ด้านใน La Maison du Sarrasin นั้นเต็มไปด้วยสินค้าที่ทำมาจากบัควีต (Buckwheat) เรียงรายอยู่เต็มชั้น รอให้ใครสักคนหยิบมันลงไป ยกตัวอย่างเช่นเส้นพาสต้าที่ทำมาจากบัควีตหรือน้ำผึ้งบัควีตเป็นต้น โดยสินค้าเหล่านี้บอกได้เลยว่าสามารถหาซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น เส้นพาสต้าบัควีตนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นเส้นพาสต้า Gluten Free นั่นก็คือไม่มีส่วนผสมของกลูเตนหรือโปรตีนจากข้าวนั่นเอง ถ้าหากต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเส้นพาสต้าธรรมดากับเส้นพาสต้าบัควีต ก็ซื้อติดไม้ติดมือไปลองทำรับประทานที่บ้านได้ ในส่วนของน้ำผึ้งบัควีตนั้นจะมีรสชาติที่ออกขมสักหน่อย จึงเหมาะแก่การนำไปปรุงอาหารมากกว่ารับประทานสดๆ

 

 

เอกลักษณ์และจุดเด่นของ Breizh Cafe คือบัควีตนี่เอง เจ้าบัควีตจะมีรสชาติออกขมนิดๆ มีสารอาหารสูงและมีแคลอรี่ต่ำ เป็นวัตถุดิบประจำแคว้นบริททานีและเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารท้องถิ่น ทาง Breizh Cafe จึงได้หยิบยกเอาเจ้าบัควีตมาปรุงให้ได้ออกมาเป็นเมนูที่ดีที่สุด จนได้รับดาวมิชลินในที่สุด

 

  

หลังจากชื่อเสียงอันโด่งดังที่ได้รับ ทาง Breizh Cafe จึงได้ทำการเปิดโรงเรียนสอนทำเครปชื่อว่า "Atelier de la Crêpe" ขึ้นมาในปี 2011 ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้ทำการปิดตัวไปชั่วคราวก่อนจะเปิดสอนอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา โรงเรียนเป็นตึกกว้าง 600 ตารางเมตร ชั้น Ground ทำหน้าที่เป็นห้องครัวสอนทำอาหารขนาดใหญ่ พร้อมพรั่งไปด้วยอุปกรณ์ทำครัวที่ครบครัน และร้านอาหารที่มีที่นั่งถึง 80 ที่นั่ง อีกทั้งยังมีซุปเปอร์มาเก็ตที่เปิดให้ผู้คนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยทั้งวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำเครปต่างๆอีกด้วย ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ทางโรงเรียนจะเปิดให้นักเรียนเข้ามาด้านในห้องครัวได้เท่านั้น มีการเรียนการสอนในการทำเครปเกิดขึ้น นอกจากจะทำหน้าที่เป็นโรงเรียนเผยแพร่ความรู้แล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายของโรงเรียนนี้ก็คือการเผยแพร่วัฒนธรรมของแคว้นบริททานี ให้ผู้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ คุณสามารถเข้าไปเรียนรู้ในคอร์สระยะสั้น 3 ชั่วโมงได้ทุกๆวันเสาร์และอาทิตย์ ที่ทางโรงเรียนเปิดให้คนนอกเข้าไปได้


ที่อยู่: 25 quai Duguay-Trouin 35400 Saint-Malo

การเดินทาง: 15 minutes walk from the station, 5 minutes from the historical city

เวลาทำการ: วันจันทร์ถึงศุกร์สำหรับนักเรียน และเปิดให้คนนอกเข้าไปเรียนได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

เว็บไซต์: www.ateliercrepe.com

 

O'bon Paris' tip

ถึงแม้ว่าแคว้นบริททานีนั้นจะตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส แต่ชาวบริททานีเองต่างก็คิดว่าตนเองมีวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไปจากชาวฝรั่งเศสในแคว้นอื่นๆ สืบเนื่องมาจากวัฒนธรรมที่ค่อนข้างไม่เหมือนใคร อาหาร สำเนียงภาษา และภูมิประเทศ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งเมื่อมาเยือนประเทศฝรั่งเศส

 


เรื่อง: Aphinya Kasemsukphaisan

ภาพ: Leona Fujii

ข้อมูล

ที่อยู่: 6 Rue de l'Orme, 35400 Saint-Malo

การเดินทาง: เดินเท้าเพียง 20 นาทีจากสถานีรถไฟ

เวลาทำการ: วันพุธถึงวันอาทิตย์ 12:00-14:30 และ 19:00-22:30

ราคา: ประมาณ 25-30€